การลงทุนหุ้น และเศรษฐกิจ อัพเดทรายสัปดาห์

21 กุมภาพันธ์ 2553

การเมืองไทย วิกฤต หรือ โอกาส ของนักลงทุน


ถ้าการเมืองเป็นเรื่องยืดเยื้อ ลากยาว และอาจจะบานปลาย การเข้าตลาดหุ้นตอนนี้ก็จะเป็นการนำตัวเองเข้าไปสู่วิกฤต

มองอีกแง่นึง ถ้าการเมืองเป็นเรื่องระยะสั้น ผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระยะยาวจะค่อยๆน้อยลง การเตรียมตัวเข้าตลาดตอนคนตื่นตระหนกเต็มที่แล้ว ก็จะเป็นโอกาสซื้อของถูก มาทำเงิน

ความคิดเห็นของผมคือ การเมืองน่าจะเป็นเรื่องระยะสั้น

มองกลับไปย้อนหลัง เวลาเกิดเหตุการณ์เข้มข้นทางการเมือง หรือ เศรษฐกิจ คุณรู้สึกอย่างไร เฉยๆหรือหวั่นๆว่าตลาดจะทิ้งดิ่ง พอเวลาผ่านไป2-3เดือน สถานการณ์มันแย่กว่าหรือดีกว่าที่คิด

โดยส่วนตัว เวลาผมจะรู้สึกเสียดายว่า ทำไมตัวเองต้องกังวลขนาดนั้น หุ้นมันลงมาตั้งเยอะ ทำไมไม่เข้าไปกว้านซื้อเยอะๆไปเลย ดูอย่างเดือนมีนาปีที่แล้ว SETอยู่ที่500กว่าจุด แล้วขึ้นมาจนถึง750กว่าจะปรับตัว ยิ่งย้อนกลับไปปลายปี2007ยิ่งหน้าเจ็บใจ เพราะSETยิ่งต่ำเข้าไปอีก

ณ ตอนนี้ ลองจินตนาการสภาพตลาดคร่าวๆ2-3เดือนข้างหน้า มันจะต่ำหรือสูงกว่าเดิม จะต่ำหรือสูงกว่า700 และให้เหตุผลกับคำตอบตัวเอง

ถ้าคำตอบของคุณคือต่ำกว่าหรืออยู่แถว700 นั้นแปลว่า คุณกำลังบอกว่าการเมืองเป็นเรื่องระยะยาว ถ้าเ้ป็นแบบนั้นจริง ขาหุ้นอย่างเราๆของต้องทำใจ ปีนี้เล่นหุ้นกำไรยาก นั่งเฉยๆสบายกว่า

แต่ผมขอเดาเอาเองอย่างไม่มีมูลว่าหุ้นจะเกิน700แน่นอนในอีก2-3เดือน ถ้าเกิดมันลงต่ำเพราะการเมืองช่วงนี้ มันก็คล้ายสินค้่าลดราคาระยะสั้นๆ ใครซื้อทันก็ไปขายต่อในอนาคตได้กำไร

คำถามต่อมาคือ "ถ้ามันลงแล้วมันลงต่อเรื่อยๆ เราจะรู้ได้ไงว่าเมื่อไรมันจะหยุด ถ้าไม่รู้ว่าตอนไหนมันจะหยุดก็ไม่รู้สิว่าต้องเข้าตอนไหนถึงจะคุ้ม"

ไม่มีใครรู้ลงว่าต้องไหนคือต่ำสุดแล้ว สิ่งที่เราทำได้คือ "ทยอยซื้อของถูกตอนขาลง และทยอยขายของแพงตอนขาขึ้น"  อย่าทิ้งความเสี่ยงไว้กับเงินก้อนเดียวเพราะไม่มีใครรู้ว่าตลาดมันจะไปสุดตรงไหน
สรุปก็คือ ถ้าคุณคิดว่าถ้าการเมืองเป็นเรื่องระยะสั้น และสุดท้ายคนจะหันกลับมาดูผลประกอบการของบริษัท และพื้นฐานเศรษฐกิจ  นี้คือเวลาเริ่มทยอยรับเวลาตลาดมันลง

(คลิกลิ้งค์หัวข้อที่มุมขวาบนเพื่ออ่านเกี่ยวกับSPALIและHANA)

[อ่านจบแล้วโปรดติ๊กที่ช่องความคิดเห็น(น่าเบื่อ, น่าสนใจ etc.)ด่านล่างของบทความด้วยนะครับ ทางเราจะได้นำไปปรับปรุงบทความในครั้งต่อไป]














/

Posted in:
Twitter